ของทานเล่น ที่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้

ถั่วผสม

ถั่ว เป็นของว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งยังเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ทั้งอาจจะยังช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคซึมเศร้า และโรคอื่นๆ ได้ด้วย แม้มันจะมีไขมันค่อนข้างสูง แต่ก็มีประโยชน์เป็นอย่างมาก มีงานวิจัยหลายชิ้นแนะนำว่า การทางถั่วในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้

คื่นฉ่ายและเนยถั่ว

คื่นฉ่าย เป็นผักที่มีแคลอรี่ต่ำ ทั้งยังช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องได้อีกด้วย การทานคื่นฉ่ายกับเนยถั่ว หรืออัลมอนด์ จะทำให้ร่างกายของคุณได้รับประโยชน์จากไขมันและโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพนั่นเอง

พริกหยวกแดงกับกัวคาโมเล (Guacamole)

แม้ พริกหยวก จะมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่พริกหยวกสีแดงนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เบตาแคโรทีน แคปแซนทิน (Capsanthin) และเควอซิทิน (Quercetin) นอกจากนั้นมันยังอุดมไปด้วยวิตามินซี การจับคู่พริกหยวกแดงกับกัวคาโมเล จะช่วยเพิ่มไขมันและเส้นใยที่ดีให้กับร่างกาย นอกจากนั้นมันยังมีแคลอรี่ที่ต่ำอีกด้วย

องุ่น

แม้ในองุ่นจะมีน้ำตาลสูง เมื่อเทียบกับผลไม้ทั่วไป แต่องุ่นนั้นมีแคลอรี่ที่ต่ำ จึงเหมาะจะเป็นของทานเล่นที่ช่วยลดน้ำหนักได้ องุ่น 1 ถ้วย มีแคลอรี่ประมาณ 100 การทานองุ่นก็ง่ายๆ เพราะสามารถแช่แข็ง แล้วนำออกมาทานสดๆ ได้เลย

กรีก โยเกิร์ตและผลเบอร์รี่

กรีก โยเกิร์ตเมื่อนำมาทานรวมกับผลเบอร์รี่ ก็สามารถกลายเป็นของทานเล่นที่แสนอร่อย ทั้งยังมีสารอาหารที่สูงอีกด้วย นอกจากนั้น มันยังเป็นแหล่งของแคลเซียมและโพแทสเซียมที่ดีอีกด้วย นอกจากนั้น กรีก โยเกิร์ต ยังมีโปรตีนที่สูงอีกด้วย แถมในผลเบอร์รี่ ยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุด การทานผลเบอร์รี่สีต่างๆ จะทำให้ร่างกายได้สารประกอบที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน

แอปเปิ้ลหั่นเป็นชิ้นกับเนยถั่ว

แอปเปิ้ลกับเนยถั่วเป็นของทานเล่นที่สามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี ในแอปเปิ้ลมีใยอาหารสูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยปรังปรุงสุขภาพของลำไส้ ทั้งยังลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้อีกด้วย สำหรับเนยถั่วนั้นมีประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพของหัวใจ แต่ทั้งนี้ก็ควรจะบริโภคเนยถั่วในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากเนยถั่วนั้นมีแคลอรี่ค่อนข้างสูง

ไข่ต้ม

ไข่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยม นอกจากนั้นการวิจัยล่าสุดยังแสดงให้เห็นอีกว่า ไข่นั้นไม่ได้เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ทั้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมายอีกด้วย

พุดดิ้งเมล็ดเจีย

เมล็ดเจียเต็มไปด้วยเส้นใย และสามารถใส่รวมกับอาหารได้ทุกประเภท รวมถึงอาหารมังสวิรัติ และอาหารคีโตเจนิก ไดเอต (Ketogenic Diet) นอกจากนั้นมันยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดการอักเสบ และปรับปรุงสุขภาพหัวใจอีกด้วย แม้เมล็ดเจียจะไม่ค่อยมีรสชาติ แต่มันก็สามารถพองตัวได้เหมือนวุ้น เมื่อถูกแช่ในของเหลว

มะเขือเทศตากแห้ง

มะเขือเทศตากแห้งนั้นมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น มันยังถูกบรรจุอยู่ในน้ำมันมะกอก จึงทำให้ร่างกายของคุณดูดซึมไลโคปีน (Lycopene) ได้มากขึ้น มะเขือเทศตากแห้งที่บรรจุในน้ำมัน 100 กรัม ให้วิตามินซีถึง 170 เปอร์เซ็นต์ และให้แคลอรี่ 200 เท่านั้น

อาหารที่จะช่วยทำให้ หน้าท้องแบนราบ

1. เนื้อปลาเเซลมอน

เนื้อปลาเเซลมอนคือเเหล่งโปรตีนชั้นดี ย่อยง่าย อุดมไปด้วยกรดไขมันดีอย่างโอก้า 3 ที่มีส่วนช่วยในการขจัดไขมันเลวออกจากร่างกาย ทำให้คุณปลอดภัยจากโรคหัวใจเเละหลอดเลือด นอกจากนี้เนื้อปลาเเซลมอนยังมีเเคลอรี่ต่ำ สามารถทานได้มากๆโดยที่ไม่ทำให้อ้วน เเต่เนื้อเเซลมอนที่ควรนำมารับประทานนั้นจะต้องเป็นเนื้อปลาเเซลมอนจากทะเลเท่านั้นถึงจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ใช่เเซลมอนเลี้ยงที่อาจปนเปื้อนด้วยยาปฏิชีวนะ เเละฮอร์โมนเร่งโต

2. ผักใบเขียว

คุณสมบัติของผักใบเขียวที่ช่วยส่งเสริมการมีหน้าท้องเเบนราบคือมันเป็นเเหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์คุณภาพสูง เช่น ผักโขม บล็อคโคลี่ เเละหน่อไม้ฝรั่ง ซึ่งไฟเบอร์เหล่านี้จะมีคุณสมบัติพิเศษคือใช้เวลาในการย่อยนานกว่ากว่าจะมีการดูดซึมสารอาหารหมด มันจึงทำหน้าที่เหมือนตัวควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่กระเเสเลือดเร็วเกินไป ช่วยลดปริมาณการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลินเข้าสู่กระเเสเลือด ซึ่งจะส่งผลในการช่วยลดการสะสมตัวของไขมันที่หน้าท้อง

3. เม็ดพริกไทยดำ

ในเม็ดพริกไทยดำมีสารที่มีชื่อว่า พิเพอร์รีน (Piperine) ที่สามารถต่อต้านการสะสมตัวของไขมันที่หน้าท้องได้นั่นเอง นอกจากนี้พริกไทยดำยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยเพิ่มอัตราการเมทาบอลิซึมของร่างกาย

4. โยเกิร์ต

หากต้องการโยเกิร์ตที่ส่งผลดีต่อการลดหน้าท้องของคุณเป็นพิเศษ เราอยากเเนะนำให้คุณเลือกทานโยเกิร์ตโปรไบโอติก สูตรปราศจากน้ำตาลรสธรรมชาติครับ เพราะโยเกิร์ตสูตรนี้จะมีเเบคทีเรียที่สนับสนุนการทำงานของลำไส้ เเละกำจัดจุลินทรีย์ส่วนเกินที่เป็นตัวช่วยให้เกิดการสะสมตัวของไขมันที่หน้าท้อง

5. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี้เป็นผลไม้รสเปรี้ยวหวานทานเเล้วรู้สึกสดชื่น ชื่นใจเเต่มีเเคลอรี่ต่ำ มีไฟเบอร์สูงทานเเล้วทำให้รู้สึกอยู่ท้องได้นาน นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น ทำให้สาวๆออกกำลังการได้มากกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการลดหน้าท้องได้ดีเลยทีเดียว

6. ชาเขียว

ในใบชาเขียวนั้นมีสาร AGCG ที่มีคุณสมบัติช่วยในการสลายไขมันได้โดยตรง ซึ่งจากการวิจัยพบว่าหากคุณดื่มชาเขียวเป็นประจำวันละ 3 เเก้ว ชาเขียวจะช่วยเพิ่มอัตราการเมทาบอลิซึมในร่างกายที่ช่วยให้คุณเบิร์นพลังงานส่วนเกินออกไปได้มากถึงวันละ 30 เเคลอรี่ในเเต่ละวัน

7. อะโวคาโด

ในผลอะโวคาโดมีไขมันที่มีประโยชน์ที่เป็นกุญเเจสำคัญในการลดหน้าท้อง เพราะน้ำมันอะโวคาโดมีคุณสมบัติช่วยในการสลายไขมันส่วนเกินของร่างกายเเละกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ซึ่งจากการวิจัยพบว่าผู้ที่ควบคุมอาหารเพื่อลดหน้าท้องที่ทานอะโวคาโดร่วมด้วยจะสามารถลดหน้าท้องได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ทาน

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://gambarfurniturekeren.com/

คุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบำรุงส่วนไหนได้บ้าง

1.ทำให้ฟันสวย ช่วยลดกลิ่นปาก

น้ำมันมะพร้าวมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียได้ ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย จึงช่วยลดการเปลี่ยนสีฟันทำให้ฟันขาว และลดการเกิดกลิ่นในปากทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น โดยการนำน้ำมันมะพร้าวมาบ้วนปากทุกเช้าหลังตื่นนอนประมาณ 15-20 นาทีหรือจะใช้น้ำมันมะพร้าสกัดเย็นชนิดก้อนนำมาถูฟันร่วมกับยาสีฟันก็ได้

2.บำรุงผิว

น้ำมันมะพร้าวนอกจากจะมีน้ำมันอยู่ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้ว ยังมีวิตามินอีที่จะช่วยลดความเสื่อมของผิวและป้องกันผิวจากรังสียูวีหรือสารพิษที่มีอยู่ในอากาศ จึงทำให้ผิวมีความเปล่งปลั่งและเนียนนุ่ม โดยนำมาชโลมบนผิวให้ทั่ว ทิ้งไว้ 15- 30 นาทีแล้วล้างออกหรือผสมกับน้ำตาลทรายใช้ในการขัดผิวขณะอาบน้ำ

3.บำรุงเล็บ

น้ำมันมะพร้าวมีปริมาณของวิตามิอีสูงและน้ำมันสูง เมื่อนำมาทาเล็บ น้ำมันจะซึมเข้าสู่ผิวและเล็บทำให้เล็บมีความแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย โดยการนำมาทาให้รอบบริเวณเล็บหลังอาบน้ำและก่อนนอนทุกวันเป็นประจำ เหมาะกับทุกสภาพผิว

4.บำรุงปาก

วิตามินซีช่วยบำรุงผิวและอ่อนโยนต่อผิว การนำน้ำมันมะพร้าวมาทาปากจึงช่วยบำรุงปากและปกป้องปากให้ดูสุขภาพดีได้ โดยสามารถใช้ทาแบบน้ำหรือจะนำน้ำมันมะพร้าวไปแช่เย็นให้มีลักษณะเป็นลิปปาล์มก็ได้

5.บำรุงผม

ผมประกอบด้วยเกล็ดผมจำนวนมากเชื่อมต่อกัน ซึ่งหากโดนแสงแดด ความร้อนหรือสารเคมีบ่อย ๆ เกล็ดผมจะเกิดการแยกออกจากกัน ทำให้ผมสูญเสียความชุ่มชื้น แห้งกระด้างและชี้ฟูได้ ซึ่งน้ำมันมะพร้าวจะเข้าไปภายในเกล็ดผมทำให้เกล็ดผมมีความชุ่มชื่นและป้องกันไม่ได้ผมโดนทำลายได้ โดยการนำน้ำมันมะพร้าวมาชโลมผมให้ทั่วและปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที หรือจะใช้ครีมบำรุงผมหรือทรีทเม้นท์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวทำการหมักผมแทนก็ได้

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://gambarfurniturekeren.com/ 

สูตรขัดผิวจากธรรมชาติ เพื่อผิวสวยเปล่งปลัง

มะขามเปียก หัวขมิ้น ไพล

ชำระล้างผิวกาย โดยใช้ มะขามเปียก หัวขมิ้น ไพล ผสมไว้ขัดตัวเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ดูกระจ่างใส ขจัดกลิ่นตัว รวมทั้งบำรุงผิวให้ดูงามผ่องใสดั่งทอง

มะขามเปียก

มะขามเปียกนั้นมีคุณประโยชน์เยอะแยะอย่างมาก ซึ่งสินค้าสำหรับดูแลผิวในตอนนี้ชอบมีมะขามเปียกเป็นส่วนประกอบ แม้กระนั้นสูตรสำหรับในการขัดแบบบ้านๆสามารถนำมะขามเปียกมาผสมกับนมแล้วก็น้ำผึ้ง เพื่อทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับในการผลัดเซลส์ผิว นำส่วนประกอบทั้งหมดทั้งปวงมารวมกัน แล้วนวดขัดผิวราว 30 นาที แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยล้างออก ผิวจะเบาๆขาวใสขึ้น

น้ำมันมะพร้าว

สารพัดประโยชน์จากน้ำมันมะพร้าวนั้น ช่วยในเรื่องของความสวยสดงดงามได้อยู่หมัด ให้นำน้ำมันมะพร้าวมาผสมกับเกลือนิดหน่อย โดยจำเป็นที่จะต้องเลือกเกลือที่เม็ดเล็กละเอียดจะได้ไม่บาดผิว แล้วเอามาขัดวนที่ผิว ด้วยคุณประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวนั้นจะช่วยปรับให้ผิวนุ่มลื่น กระชุ่มกระชวยฉ่ำน้ำ

มะเขือเทศ

คือผลไม้ที่นิยมมาใช้ในเรื่องความงดงาม เพราะว่ามีคุณประโยชน์สำหรับการบำรุงผิว ทั้งยังสร้างความขาวใสและก็ความเนียนนุ่ม เพียงแต่นำมะเขือเทศมาหันเป็นแว่น แล้วชุบน้ำตาลเกล็ดละเอียด แล้วต่อจากนั้นก็เอามาขัดวนที่ผิวจนถึงน้ำตาลละลาย แล้วก็ค่อยเปลี่ยนแปลงชิ้นใหม่ ขัดวนให้ทั่วตลอดตัวทิ้งเอาไว้ 10 นาที และหลังจากนั้นก็ค่อยล้างออก ซึ่งในมะเขือเทศนั้นมีกรด AHA วิตามินซี ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวกับการผลัดเซลส์ผิว เมื่อขัดบ่อยๆจะก่อให้ผิวขาวขึ้น ออร่าวิ้งแบบสาวสุขภาพแข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งของที่หาง่าย ประหยัดเงินในกระเป๋า สวยคุ้มเกินราคา

ติดตามเคล็ดลับความสวยความงามได้ที่ https://gambarfurniturekeren.com/ 

7 วิธีดูแลผิวช่วงหน้าร้อนให้ไม่พัง

1.ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ

ข้อนี้สำคัญมากๆสาวๆควรที่จะทำการเลือกโลชั่นที่เอาไว้สำหรับป้องกันแสงแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป หากให้ดีควรจะมี PA+++ เพื่อจะได้คุ้มครองได้อีกทั้ง UVA แล้วก็ UVB โดยทาก่อนออกแดดสักราว 20 นาที อีกทั้งผิวหน้ารวมทั้งผิวกาย สำหรับผิวหน้าแล้วก็คอให้ใช้โลชั่นที่มีไว้สำหรับกันแสงแดดขนาดพอๆกับเหรียญสิบ แล้วก็ทาซ้ำทุกๆ2 ชั่วโมงถ้าหากจะต้องอยู่ท่ามกลางแดดจ้ายาวนาน

2.ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ

เนื่องจากว่าน้ำช่วยรักษาความสมดุลของระบบต่างๆภายในร่างกาย รวมทั้งช่วยปรับให้ผิวชุ่มชื้น ยิ่งฤดูร้อนพวกเราจะสูญเสียน้ำออกมามากในรูปของเหงื่อ ทำให้ผิวแห้งขาดน้ำ เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย เป็นได้ควรจะพกน้ำประจำตัวไว้จิบดื่มทั้งวันก็จะเป็นเรื่องดี

3.หลีกเลี่ยงแสงแดดบ้าง

ควรจะหลีกเลี่ยงแดดในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00-17.00 น. เพราะว่าระยะเวลานี้เป็นตอนในเวลาที่รังสี UV มีความเข้มแสงสว่างมากที่สุด

4.ใส่เสื้อแขนยาว หรือใช้ร่มกันแดด

ผู้หญิงที่จะต้องออกออกไปอยู่ท่ามกลางแดด อย่าลืมที่จะสวมเสื้อแขนยาวก่อนออกแดดด้วยนะคะ ส่วนผู้หญิงคนใดที่ไม่ชอบสวมเสื้อแขนยาวก็ใช่ร่มกันแดดแทนได้

5.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เนื่องจากร่างกายจะกระทำปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมส่วนที่สึกก้าวหน้าที่สุดในตอนที่พวกเรากำลังนอน ถ้าหากพักน้อยหรืออดหลับอดนอน ร่างกายก็จะซ่อมบำรุงส่วนที่ผุกร่อนได้ไม่ดีซักเท่าไหร่ แถมยังเป็นเหตุให้ฮอร์โมนภายในร่างกายดำเนินการเปลี่ยนไปจากปกติอีกด้วย นำมาซึ่งการทำให้สิวขึ้น ผิวเหี่ยวไม่เต่งตึง ริ้วรอยก่อนวัยมาเยือน แถมหน้าแก่ก่อนวัยอีกด้วย

6.กินผักผลไม้ให้มากๆ

เพราะว่าผักผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน แร่หลายประเภท ที่มีทั้งยังสารต้านอนุมูลอิสระ ตอนที่วิตามินซีจะช่วยซ่อมเซลล์ผิวที่ย่อยสลาย แล้วก็ยังช่วยผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวสดใสกระจ่างขาวใส แถมริ้วรอย แล้วก็ความคล้ำเสียก็จะลดลงด้วย

7.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำลายผิว

อย่างเช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์ และก็การสูบยาสูบ เนื่องจากว่าจะก่อให้ผิวสูญเสียน้ำ ทำให้ผิวแห้ง ขาดความชื้น และก็ทำให้มีการเกิดริ้วรอยต่างๆตามมาได้ง่าย รวมถึงแนวทางการทำความสะอาดผิวหน้าโดยการเช็ดแรงๆก็จะก่อให้กำเนิดสิวรวมทั้งริ้วรอยต่างๆได้เหมือนกัน

ติดตามเคล็ดลับความสวยความงามได้ที่ https://gambarfurniturekeren.com/ 

กินผลไม้…ดับปัญหากลิ่นปาก

กินผลไม้ ดับปัญหากลิ่นปาก ปัญหากลิ่นปากเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้เราเสียบุคลิกได้อย่างง่ายๆ ทำให้ไม่มีใครพลอยอยากเข้าใกล้เรานัก แต่เราจะปล่อยให้ปัญหากลิ่นปากตามมาคอยรังควานได้อย่างไรจริงมั้ยคะ นอกเหนือจากการแปรงฟัน บ้วนปากทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอแล้ว การเกิดกลิ่นปากมักมาพร้อมกับการรับประทานอาหารเสมอ เพราะบางครั้งอาหารที่เราทานเข้าไปก็มีกลิ่นแรงทำให้เกิดกลิ่นปากตามมาได้อย่างง่ายๆ หลายคนเมื่อทานอาหารเสร็จจึงมักตบท้ายด้วยการทานผลไม้ล้างปากตามทุกครั้ง แต่ผลไม้ก็มีหลากหลายชนิด คุณอาจจะยังไม่ทราบว่ามีผลไม้ชนิดใดบ้างที่ช่วยในเรื่องของการดับล้างกลิ่นปากได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าผลไม้ชนิดอื่น ดังนั้น เราจึงหยิบยกเอาผลไม้ชนิดนั้นมาแนะนำกันค่ะ

กินผลไม้…ดับปัญหากลิ่นปาก

ผลไม้ที่สามารถช่วยดับปัญหากลิ่นปากได้ก็คือ ผลอะโวคาโด้ นั่นเอง เนื่องจากอะโวคาโด้จะช่วยกำจัดอาหารที่เน่าเสียหรือสิ่งตกค้างในลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดปัญหากลิ่นปากให้หมดไปได้นั่นเอง เพราะหากเราไม่ได้ขับถ่ายหรือมีปัญหาท้องผูกเนื่องจากระบบลำไส้ทำงานผิดปกติ การเกิดกลิ่นปากก็ตามมาได้อย่างง่ายๆ ดังนั้น การแก้ปัญหาด้วยการกินอโวคาโดเป็นผลไม้หลัก จะช่วยในการขจัดล้างสิ่งตกค้างในลำไส้ได้เป็นอย่างดี และนี่เป็นอีกวิธีง่ายๆ ที่ทำให้บุคลิกของเราดูดีขึ้น หมดความกังวลกับปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาได้อย่างไม่ยากเย็นอีกต่อไปแล้ว

อย่าลืมนะคะ ใครที่มีปัญหากลิ่นปาก…ทานผลอโวคาโดสม่ำเสมอ แล้วคุณจะมีคำพูดที่ใครๆ ก็อยากเข้าไปฟังใกล้ๆ แน่นอน

เติมความชุ่มชื้น…ให้ผิวแห้งสวยอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

เติมความชุ่มชื้น ให้ผิวแห้งสวยอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่อยากมีผิวที่แห้งกร้านหรอกจริงมั้ยคะ แต่หากการทำงานของเราต้องอยู่ท่ามกลางอากาศเย็นฉ่ำอย่างห้องแอร์ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นแน่ที่จะไม่ให้ความชุ่มชื้นของผิวระเหยไปกับอากาศเย็นๆ รวมถึงปัจจัยโดยรอบหลายอย่าง เรียกว่าผิวแห้งนั้นเป็นผิวที่บอบบางเช่นกัน เพราะต้องมีวิธีการดูแลมากกว่าผิวธรรมดาหรือผิวประเภทอื่นๆ

เอาล่ะ… ถ้าสาวๆ คนไหนมีผิวแห้ง อยากเติมความชุ่มชื้นคืนให้กับผิว เพื่อผิวของคุณจะได้สวยเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์อยู่เสมอ ตามมาดูเคล็ดลับการดูแลผิวแห้งไปพร้อมกันเลยค่ะ

เติมความชุ่มชื้น ให้ผิวแห้งสวยอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

ดื่มน้ำสะอาด 8-10 แก้ว

การดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8-10 แก้วเป็นปราการด่านแรกที่ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิว เมื่อผิวพรรณของคุณชุ่มไปด้วยน้ำ ผิวก็ย่อมเปล่งปลั่งสดใส แลดูอ่อนเยาว์ได้เสมอ แต่หากเมื่อไรที่ไม่ได้ดื่มน้ำหรือดื่มน้ำน้อย แน่นอนว่าอากาศรอบตัวเราต้องดูดซับความชุ่มชื้นให้ระเหยออกจากผิวต่อเนื่องอยู่แล้ว และยิ่งหากต้องนั่งทำงานในห้องแอร์คุณผู้หญิงยิ่งควรต้องดื่มน้ำเลยล่ะ ทางที่ดีพกขวดน้ำเอาไว้ใกล้ตัวเลยก็ได้ หมั่นจิบน้ำให้ได้ต่อเนื่องเรื่อยๆ เพื่อช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวนั่นเอง ไม่เช่นนั้น… ปัญหาผิวแห้ง แสบคันยิกๆ มาพร้อมขุยขาวๆ ต้องทักทายผิวสวยของคุณชัวร์

เติมความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ

ควรทำความสะอาดใบหน้าเพียงวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น โดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นทำความสะอาดผิวหน้า เนื่องจากจะยิ่งช่วยขับล้างน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวให้ออกมามากขึ้น และหลังการอาบน้ำให้ตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ทันที เพื่อเก็บล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้ใต้ผิว การรีบชโลมด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในขณะที่ผิวยังหมาดๆ ส่วนผสมของวิตามินในสารบำรุงผิวจะซึมซาบเข้าสู่ผิวพรรณได้ดีขึ้นนั่นเอง
ลองไปทำดูนะคะกับเทคนิคง่ายๆ คืนความชุ่มชื้น มอบความอ่อนเยาว์ให้ผิวของคุณสวยสดใสตลอดไป เพียงแค่นี้ปัญหาผิวแห้งก็จะไม่อยู่กวนใจสาวๆ อีกต่อไปแล้วค่ะ